ต้นอิกดราซิล

 

รามารู้จักต้นอิกดราซิลกันหน่อยนะคะ

ต้นอิกดราซิลนั้นเขาว่ากันว่าเป็นต้นเดียวกับ The tree of life ในคับบาล่่าห์ ซึ่ง เป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่หยั่งรากลึกกินพื้นที่3โลกเลยค่ะ 

จาก สวรรค์ โลกมนุย์ และนรก  ต้นนี้เป็นต้นเดียวกับที่มหาเทพโอดินนั้นห้อยหัว อยู่ 9 วัน 9 เพื่อให้ได้ความรู้จากนรกมานั่นเองค่ะ 

ซึ่งหลังจากที่ได้ความรู้นั้นแล้ว  มหาเทพก็ทราบถึงจุดจบของโลกซึ่งก็คือวันโลกามหาวินาศ หรือแร็กนาร็อกนั่นเองค่ะ

ดังนั้นเราก็มาอ่านเรื่องต้นไม่นี้สักหน่อยนะคะ  

 

พี่คัดบท ความนี้มาจากหนังสือ ตำนานเทพชาวเหนือ  ซึ่งเรียบเรียงโดยคุณคอสมอส จากสำนักพิมพ์เครือเถา ค่ะ

 

 

 

ต้นอิกดราซิล

    ตรงกลางของแดนสวรรค์ มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่ง เป็นไม้ เเอช - Ash (พวกเดียวกับมะกอก) นับเป็นต้นไม้ที่สำคัญที่สุด เพราะมันโอบรับโลกทั้งเก้าแห่ง  ไม่ว่าจะเป็นแดนสวรรค์ โลกมนุษย์ โลกของยักษ์ โลกของคนแคระ หรือเอลฟ์ ไว้กับกิ่งก้านสาขาและรากของมัน โลกมนุษย์อยู่ภายในร่มเงากิ่งก้านสาขา  ยอดไม้ระดับเมฆบนท้องฟ้า  ความแข็งแกร่งของต้นไม้ทำให้โลกทั้งหมดตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคง

    ต้นอิกดราซิลมีรากใหญ่สามรากหยั่งยึดลงไป อันหนึ่งไปถึงโจตันไฮล์ม แผ่นดินของยักษ์ อันหนึ่งไปถึงนิล์ฟไฮล์ม แผ่นดินน้ำแข็ง และอีกอันหนึ่งไปถึงแอสการ์ด แผ่นดินของชาวสวรรค์ รากทั้งสามนี้ทำให้ต้นอิกดราซิลสัมพันธ์กับโลกทั้งสามคือยักษ์เทพและมนุษย์  และได้ดูดเอาน้ำจากบ่อน้ำแต่ละแห่งไว้หล่อเลี้ยงต้น โดยรากที่อยู่กับชาวแอสการ์ดไปโผล่แถวน้ำพุเอิร์ด Urd  น้ำพุแห่งเยาวภาพ( Fountain of Youth) มันเป็นน้ำพุที่ชาวสวรรค์ใช้ดื่มกินเพื่อให้มีความเยาว์วัยอยู่เสมอเทพีที่คอยรักษาแหล่งน้ำและมีหน้าทีตักน้ำไปให้ชาวสวรรค์วันละครั้งคือ พวกนอร์น (the Norns) สามพี่น้อง นามว่าเอิร์ด- (Urd)  แปลว่า อดีต เวอร์ดานดิ- (Verdandi) แปลว่าปัจจุบัน และ สกัลด์  - (Skuld) แปลว่า อนาคตเรียกว่าเทพีแห่งชะตามนุษย์ก็ไม่ผิดครับ ด้วยเหตุนี้อิกดราซิลจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่าต้นไม้แห่งชะตาลิขิต( tree of destiny)ด้วยเหมือนกัน

 

                                                             Credit Photo www.viking-mythology.com

 

   รากต่อมาแผ่ไปถึง  นิล์ฟไฮล์ม  แผ่นดินน้ำแข็งที่ได้จากน้ำพุ ฮเวอร์เกลเมียร์ (Hvergelmir)ซึ่งมีน้ำตกหล่นเป็นชั้น แผ่สาขาออกไปเป็นแม่น้ำสายใหญ่ๆของโลก ส่วนรากที่สามแผ่นดินของพวกยักษ์ ซึ่งเป็นแผ่นดินน้ำแข็งตลอดกาล ได้จากน้ำพุไมเมียร์-Mimir น้ำจากน้ำพุแห่งนี้เป็นน้ำวิเศษแห่งความรอบรู้พวกยักษ์จึงต้องจัดเวรยามกันเฝ้าไม่ยอมให้ใครตักดื่มง่ายๆ

    อิกดราซิล จะเขียวสดอยู่ตลอดทั้งปีและตลอดไป แม้ว่าใบของมันจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ต่างๆบนต้นไปบ้าง  เช่นบนยอดไม้สูงสุดมีไก่ตัวผู้สีทองตัวหนึ่งคอยตรวจตราขอบฟ้า เจ้าตัวนี้มีหน้าที่จะต้องขันเตือนเทพเจ้าหากศัตรูตลอดกาลของพวกเขาเตรียมยาตราทัพเข้ามาหา นอกจากนี้ยังมีนกอินทรีอีกตัวหนึ่งจะคอยเกาะกิ่งไม้มองสำรวจเช่นเดียวกับไก่  นกตัวนี้มีผู้ช่วยคือนกเหยี่ยวซึ่งเกาะอยู่ระหว่างตาของมัน(นึกภาพไม่ออกว่ามันเกาะอีท่าไหนหว่า)

    ส่วนสัตว์ที่ไม่ใช่พวกนกก็มีกระรอกตัวหนึ่งชื่อ ราตาโทสค์ - Ratatosk  มันไม่เคยหยุดวิ่งขึ้นวิ่งลง ระหว่างตำแหน่งที่นกอินทรีเกาะอยู่กับตรงรากองต้นอันที่อยู่บนแผ่นดินน้ำแข็งนิล์ฟไฮล์ม เพราะว่าที่นั่นมีงูใหญ่นิดฮอก  -Nidhoggr ขดล้อมมันจะเป็นที่คอยตรวจตราไม่ให้พญางูตัวนั้นกัดกินรากไม้มากเกินไปที่ยามที่เบื่อจะแทะศพมนุษย์แล้ว

    รวบรวมแล้วต้นอิกดราซิลเป็นต้นไม้ที่ให้ประโยชน์หลายสถานเชียวละ ความมีประโยชน์ของต้นไม้ทำให้แม้กระทั่งโอดิน จอมเทพเองก็เคยแขวนคออยู่บนต้นไม้นานถึงเก้าคืนเพื่อร่วงรู้ความลับแห่งความตาย(เล่ากันว่าที่แขวนคอน่ะ ตายไปไปเหมือนกันนะ  แต่เนื่องด้วยตอนนั้นจอมเทพน่าจะได้ดื่มน้ำพุของไมเมียร์แล้ว  ทำให้รู้มนต์แห่งการคืนชีพ โอดินก็เลยฟื้นขึ้นมาครองสวรรค์เหมือนเดิม การแขวนคอนี้ปรากฏว่ามันกลายเป็นประเพณีในชั้นหลัง  เนื่องจากมีการพบศพเรียกกันว่ามนุษย์โทลลันถูกแขวนคอตาย  ศพอยู่ในปลักตมที่          จัตแลนด์ของศพพาให้คิดถึงการบูชายัญ พลีแก่โอดินเมื่อฝ่ายตรงข้ามชนะศึก  คนหนึ่งหมอนี่น่าจะเป็นนักโทษคนหนึ่งที่เฮงพิลึก)

   

เครดิตภาพหัวเรื่อง yroshima.deviantart.com

ท่านใดคัดลอกบทความไปเผยแพร่ให้เครดิตเวป trendytarot.com ไว้ที่ใต้บทความด้วยนะคะ 

ขอบคุณค่ะ พี่กระติ๊บน้อย

 

Visitors: 195,438